

ออกแบบพื้นที่ผลิตอาหารให้ผ่าน อย. ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง? สรุป 5 จุดสำคัญเรื่องหลังคา พื้น ผังการผลิต ผนัง และระบบท่อ ลดความเสี่ยงไม่ผ่านการตรวจตั้งแต่รอบแรก
การทำธุรกิจผลิตอาหาร สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงคุณภาพของสินค้า แต่คือ “มาตรฐานความปลอดภัย” ที่ต้องผ่านการรับรองจาก อย. หนึ่งในสาเหตุหลักที่โรงงานขนาดเล็กจำนวนมากไม่ผ่านการตรวจ คือการออกแบบพื้นที่ผลิตที่ไม่สอดคล้องกับหลักสุขาภิบาลตั้งแต่ต้น
บทความนี้สรุป 5 จุดสำคัญในการออกแบบพื้นที่ผลิตอาหาร สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างโรงงานใหม่ หรือปรับปรุงพื้นที่ผลิตเดิมให้ได้มาตรฐานและลดความเสี่ยงในการไม่ผ่านการตรวจ
หลังคาและเพดานต้องออกแบบให้ช่วยลดความร้อนและป้องกันการสะสมของฝุ่น ความชื้น และสิ่งปนเปื้อนที่อาจตกลงสู่พื้นที่ผลิต ควรใช้วัสดุที่แข็งแรงและทนทาน เช่น เมทัลชีท กระเบื้อง หรือแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กแบบราบ โดยออกแบบให้มีความลาดเอียงเพื่อไม่ให้น้ำขัง
ระหว่างหลังคาและเพดานควรมีช่องระบายอากาศที่เหมาะสม และต้องป้องกันสัตว์หรือแมลงเข้าไปทำรัง ซึ่งเป็นจุดที่มักถูกตรวจพบในการตรวจสถานที่ผลิตอาหาร
พื้นโรงงานผลิตอาหารต้องแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยแตกร้าว และไม่ดูดซึมน้ำหรือสารเคมี ทั้งนี้ควรเลือกวัสดุให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่ลื่นเกินไปเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
วัสดุที่นิยมใช้ในโรงงานขนาดเล็ก ได้แก่
พื้นคอนกรีตขัดผิวเรียบ เหมาะสำหรับห้องเก็บวัตถุดิบหรือคลังสินค้า
พื้นอิฐเสริม Furan Resin Cement เหมาะสำหรับจุดตั้งเครื่องจักรหรือพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก
พื้นสารประกอบโมโนไลทิค เช่น อีพอกซี่ ยูรีเทน หรือพอลีเอสเทอร์ เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องสัมผัสกรด ด่าง หรือสารเคมี
พื้นกระเบื้อง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน ทำความสะอาดง่าย
พื้นแผ่นโลหะ เหมาะสำหรับทางเดิน ระเบียง และบันได
แม้จะเป็นโรงงานขนาดเล็ก พื้นที่การผลิตต้องถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน และไม่ปะปนกับพื้นที่ปฏิบัติงานอื่น การจัดผังพื้นที่ควรแยกตามขั้นตอนการทำงาน เช่น พื้นที่คัดสรรวัตถุดิบ พื้นที่เตรียมวัตถุดิบ พื้นที่ผลิต พื้นที่ตรวจสอบคุณภาพ พื้นที่ติดฉลาก และพื้นที่เตรียมจัดส่ง
เครื่องจักรและอุปกรณ์ควรถูกจัดวางตามลำดับกระบวนการผลิต เพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง ลดการเคลื่อนย้ายซ้ำซ้อน และลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนข้ามขั้นตอน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ อย. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
โครงสร้างผนัง ประตู และหน้าต่างควรใช้วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน และทำความสะอาดง่าย เช่น อิฐหรือคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในอาจบุด้วยวัสดุผิวเรียบเพื่อให้ดูแลรักษาได้สะดวก สีที่ใช้ควรเป็นสีที่ไม่หลุดลอกง่ายและไม่มีสารเคมีอันตราย
ขอบหน้าต่างควรสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3 ฟุต และทำมุมเอียงประมาณ 25 องศา เพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก ประตูเข้าออกควรมีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ใหญ่เกินความจำเป็น และสามารถควบคุมความสะอาดได้ง่าย
ระบบท่อระบายน้ำและท่อระบายอากาศเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบพื้นที่ผลิตอาหาร ท่อทุกประเภทควรใช้วัสดุคุณภาพสูง ไม่มีรอยรั่ว และติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ท่ออากาศควรหุ้มฉนวนที่เหมาะสมเพื่อลดการควบแน่น
การจัดการของเสีย เช่น น้ำเสีย ไอน้ำ ควัน หรืออากาศร้อน ต้องเป็นระบบ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมักเป็นจุดที่ทำให้โรงงานไม่ผ่านการตรวจในรอบแรกหากออกแบบไม่เหมาะสม
การออกแบบพื้นที่ผลิตอาหารให้ผ่านเกณฑ์ อย. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงงาน แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนและออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น หากคำนึงถึงทั้ง 5 องค์ประกอบนี้อย่างครบถ้วน จะช่วยลดความเสี่ยงในการไม่ผ่านการตรวจ และทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลดความยุ่งยากในการออกแบบและก่อสร้าง การเลือกใช้โรงงานสำเร็จรูปหรือโรงงานที่ออกแบบตามมาตรฐานตั้งแต่แรก อาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน พร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ